คำว่า K-shape เป็นคำที่นักเศรษฐศาสตร์ใช้อธิบายการฟื้นตัวหลังเกิดเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ที่กระทบทั้งตลาด ลักษณะของมันคือหลังจากทุกคนเจอแรงกระแทกพร้อมกัน การฟื้นตัวกลับไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกัน แต่แยกออกเป็นสองเส้นที่ถ่างออกจากกันเหมือนตัวอักษร K เส้นหนึ่งพุ่งขึ้น อีกเส้นดิ่งลง และยิ่งเวลาผ่านไป ช่องว่างระหว่างสองเส้นก็ยิ่งกว้างขึ้นเรื่อย ๆ
รูปตัว K ในโลกร้านอาหาร
ร้านกลุ่มหนึ่งปรับตัวเข้ากับโลกดิจิทัล ทำให้ตัวเองถูกค้นเจอง่าย มีตัวตนที่ AI มองเห็น และขยับตัวอยู่บนช่องทางออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ ร้านกลุ่มนี้ค่อย ๆ ไต่ขึ้น ส่วนอีกกลุ่มเลือกอยู่เฉย ๆ รอให้ลูกค้าเดินมาเอง กลุ่มนี้ก็ค่อย ๆ ไถลลง ทั้งที่บางทีอาหารอร่อยไม่แพ้กันเลย
เส้นแบ่งของตัว K วันนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าอาหารใครอร่อยกว่าใครอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการถูกมองเห็นและการปรับตัว
เพราะความอร่อยกลายเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกร้านต้องมีอยู่แล้ว และ AI ก็ยิ่งขยายรูปตัว K นี้ให้ชัดขึ้น เพราะร้านที่ถูกมองเห็นจะถูกแนะนำบ่อย ยิ่งได้ลูกค้า ยิ่งมีสัญญาณให้ AI เชื่อถือ แล้วก็ยิ่งถูกแนะนำซ้ำ กลายเป็นแขนบนที่พุ่งขึ้น ส่วนร้านที่นิ่งเฉยก็ถูกข้ามเงียบ ๆ ไปอยู่แขนล่าง
ทำไมต้อง active ตัวเอง
การทำอาหารให้อร่อยเป็นแค่บัตรผ่านเข้าสนาม แต่การลงมือทำให้ตัวเองถูกค้นเจอและถูกแนะนำ คือสิ่งที่ตัดสินว่าคุณจะได้ไปต่อบนแขนที่พุ่งขึ้น หรือค่อย ๆ หายไปกับแขนที่ดิ่งลง การอยู่เฉยในวันที่ทุกอย่างกำลังแยกทางกันแบบนี้ ไม่ใช่การรักษาที่เดิม แต่คือการค่อย ๆ ถอยหลังโดยไม่รู้ตัว